Hipot การเข้าถึงธรรมชาติของศักยภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลง
  คุณวิรงรอง มหานาโค บ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์จำกัด (มหาชน)

 

Hipot การเข้าถึงธรรมชาติของศักยภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลง
โดยภาพรวม Hipot เป็นหลักสูตรที่ดีมากค่ะ ได้ความรู้ในเรื่องธรรมชาติศักยภาพที่เรายังไม่รู้และคิดไม่ถึง พร้อมทั้งที่ยังไม่ได้ดึงออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ได้รู้จักวิธีจัดการความคิด การขยายกรอบความคิดของตัวเอง การสร้างแรงบันดาลใจและการปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น พร้อมทั้งวิธีการเข้าใจผู้อื่นมากยิ่งขึ้น การสัมมนานี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของท่าน ครอบครัว องค์กรโดยทำให้เราเข้าใจในการใช้ศักยภาพของตัวเองและผู้อื่นให้เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อองค์กร เพิ่มความเชื่อมั่นว่าเราต้องทำได้ ไม่ดูถูกตัวเองและไม่ดูถูกผู้อื่น คิดว่าหลักสูตรนี้มีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดมาก เพราะหากเรามีกรอบความคิดที่ติดลบจะทำให้เรามีพฤติกรรมเป็นลบด้วย เราจึงต้องเปิดใจกว้างพร้อมทั้งกล้ายอมรับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นบวกให้ได้ค่ะ เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว ควรจะนำสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ในตัวเราและนำมาใช้ประโยชน์สูงสุด อุปสรรคคือความกลัวที่คิดไปเองในจิตใต้สำนึกว่าเราทำไม่ได้ เราสู้คนอื่นไม่ได้ ความคิดติดลบและความไม่มั่นใจในตัวเองค่ะ เราจึงต้องเริ่มต้นที่การปรับเปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิด ภาวะอารมณ์และการเห็นคุณค่าในตัวเอง เพื่อความสำเร็จในการอยู่ร่วมกันของคนในครอบครัวและองค์กร มีชีวิตที่ดีในอนาคต การคิดเป็นระบบและมีวิธีการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาค่ะ โดยต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนและคนรอบข้าง โดยเราต้องเป็นคนเริ่มและเข้าใจสภาพคนรอบข้างให้มาก จึงจะสามารถโน้มน้าวและให้คนอื่นเปลี่ยนวิธีคิดเป็นแบบเราได้

การคิดอย่างมีระบบทำให้ชีวิตไม่มีทางตัน เพราะทุกอย่างสามารถเป็นเหตุเป็นผลได้อย่างเป็นระบบค่ะ เบื้องต้นจะใช้สร้างความมั่นใจให้ตัวเองและนำมาปรับใช้กับลูกสาวและเพื่อนร่วมงานในองค์กร เพื่อใช้สร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีภูมิคุ้มกันในอนาคตค่ะ โดยการใช้ฝึกความเป็นเหตุเป็นผลให้กับลูกสาวซึ่งได้มีการทดลองพูดกับลูกสาว ขอยกตัวอย่างนะค่ะ เมื่อวานลูกสาวบอกอยากได้รองเท้าเสก็ตที่มีล้อ (ลูกสาวอายุ 8 ปี) ซึ่งปกติก็จะบอกแม่ไม่ซื้อให้หรอกอันตราย แต่หลังจากที่ไปเรียนรู้วิธีการที่อาจารย์สอนมาแล้ว ก็มีการปรับเปลี่ยนวิธีการพูดกับลูกใหม่ว่าแม่อยากซื้อให้นะ เพราะรู้ว่าลูกอยากได้ แต่ลูกลองคิดดูนะถ้าหนูหกล้มคนที่เสียใจที่สุดคือแม่ เพราะหนูเจ็บตัว แม่ก็เสียใจ แต่ถ้าหนูอยากได้ก็ไม่เป็นไรเพราะแม่รักหนู แม่อยากให้หนูได้ในสิ่งที่อยากได้ หนูคิดเองนะลูกว่าต้องการหรือไม่ พอเมื่อเช้าลูกบอกว่าไม่เอารองเท้าเสก็ตแล้วค่ะเพราะหนูรู้ว่าไม่มีประโยชน์ ถ้าหนูหกล้มแม่เสียใจ หนูก็เสียใจ จากตัวอย่างที่แจ้งให้อาจารย์ทราบด้านบนนั้น เริ่มจากตัวเองค่ะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการคิดและเข้าใจคนอื่นอย่างเป็นระบบ เอาความเป็นเหตุเป็นผลมาคิด ไม่ใช้อารมณ์ และค่อยๆ ฝึกตัวเอง โดยใช้ทดลองกับคนใกล้ตัว พอสำเร็จก็จะเกิดความมั่นใจ เห็นคุณค่าตนเองและผู้อื่น และถ้าเราทำบ่อยๆ จะเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปโดยปริยาย ทำให้เกิดการคิดอย่างเป็นระบบค่ะ


คุณวิรงรอง มหานาโค บ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์จำกัด (มหาชน)