17. หลักสูตร Hipot นี้ เหมาะกับใครที่สุด เด็กหรือผู้ใหญ่ นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงาน ต่อตนเองหรือครอบครัว หรือองค์กร หรือสังคมโดยรวม และจะสามารถประยุกต์ใช้หรือเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้จากระดับตนเองสู่ครอบครัว องค์กร สังคมได้อย่างไร

ทุกชีวิต ทุกคน ไม่ว่าใคร ระดับใด อยู่ในตำแหน่งหรือฐานะใด ล้วนมีธรรมชาติเช่นเดียวกันทั้งหมด ธรรมชาติที่ว่านี้คือ การดำเนินไปอย่างเป็นสายเป็นกระแสของความรู้สึกนึกคิดที่ฝังรากลึกลงเป็นกรอบความคิดของแต่ละคนตั้งแต่เกิดจนตาย กรอบความคิดที่ว่านี้คือ ที่มาของความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตมิได้อยู่โดดเดี่ยว แต่ต้องเชื่อมโยงกับทุกองค์ประกอบที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพื่อถักทอเป็นสายเป็นกระแสของความเป็นตัวตนนี้อย่างเป็นระบบ เป็นโยงใยแห่งชีวิตที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ด้วยเหตุนี้ ชีวิตทุกระดับล้วนมีธรรมชาติของความเป็นระบบที่ซ่อนและซ้อนกันอยู่อย่างเป็นกระแสของความเป็นทั้งหมด อย่างเป็นผืนใยเดียวกัน แต่ต่างกันที่ประสบการณ์ที่ถูกบันทึกและสั่งสมอยู่ในกรอบความคิด ความเป็นไปอย่างนี้เองเกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดสายของการดำเนินไปของกรอบความคิดหรือความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆ นั่นคือ ชีวิตคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต มิใช่เรามีชีวิตเพื่อการเรียนรู้ แต่กระบวนการเรียนรู้โดยตัวมันเองคือชีวิต เราไม่ว่าอยู่ในฐานะใดจึงต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อสามารถรับมือกับความท้าทายที่ผ่านเข้ามาอย่างไม่ลดละเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ชีวิต กระบวนการเรียนรู้ การพัฒนา จึงไม่อาจแยกออกจากกันได้ เพราะทั้งสามคือเรื่องเดียวกัน

Hipot ได้ตระหนักถึงความจริงนี้อย่างเป็นที่สุด จึงได้นำเสนอหลักการอย่างเป็นองค์รวม อย่างบูรณาการ ครอบคลุมทุกมิติชีวิต ไม่ว่าท่านคือใคร เพื่อการพัฒนาตนเอง ไม่ว่าระดับใดก็ตาม เริ่มตั้งแต่ตนเอง ครอบครัว องค์กร และสังคม ที่มีความซับซ้อนของความเป็นระบบที่แตกต่างกัน นั่นคือ ความซับซ้อนของปัญหาที่แตกต่างกันด้วย ยิ่งระบบที่มีความซับซ้อนมาก ปัญหายิ่งท้าทายมากขึ้น

ด้วยมุมมองอย่างเชื่อมโยง อย่างเป็นระบบนี้เอง ไม่ว่าเราจะแก้ปัญหาที่ระดับใด เราต้องตระหนักว่ามันย่อมส่งผลถึงระบบทั้งที่สูงกว่าและต่ำกว่าเรื่อยไปอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกสรรพสิ่งไม่อาจแยกออกจากกันได้ ปัญหาทางสังคม องค์กร ครอบครัว หรือตนเองจึงล้วนเป็นเรื่องเดียวกันทั้งสิ้น ต่างกันที่องค์ประกอบของปัญหาที่ต่างกัน นั่นคือ ความต่างกันที่บริบท แต่ด้วยความเข้าใจในความหมายของความเป็นองค์รวมที่ซ้อนกันอยู่นี้เอง ทำให้เราเข้าใจปัญหา และพัฒนาไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ว่า เราไม่อาจขจัดปัญหาออกไปได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียทั้งหมด เพราะภาวะนั้นไม่มี มีแต่การแก้ไขตามสถานการณ์เพื่อเข้าสู่ภาวะใหม่ สมดุลใหม่ อย่างต่อเนื่อง และก็แก้ปัญหากันไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพราะนี่คือธรรมชาติของชีวิต

หลักสูตร Hipot นี้จึงสามารถปรับใช้ได้กับทุกคน ไม่ว่าปัญหาของท่านคืออะไร เพราะเราต่างก็มีรากของปัญหาอย่างเดียวกันทั้งสิ้น นั่นคือ กรอบความคิด กรอบความคิดเราต่างกัน เพราะเรารับรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาแตกต่างกัน การบันทึกลงในกรอบความคิดจึงต่างกัน อาการที่แสดงออกจึงต่างกันตามบริบทที่เรารับรู้มา แต่ทั้งหมดส่งผลถึงกัน ไม่ว่าใคร ระดับใด ล้วนเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น เราจึงเชื่อว่า เราแก้ปัญหาที่ระดับหนึ่ง จะส่งผลถึงระดับอื่นๆ อย่างเป็นเรื่องเดียวกัน และหากเราเริ่มที่วัยเยาว์ย่อมส่งผลต่อความสำเร็จในช่วงต่อๆ มาของชีวิตอย่างแน่นอน และที่สำคัญจะส่งผลต่อบุคคลรอบข้างด้วย เพื่อชีวิตครอบครัว องค์กร สังคมที่น่าอยู่ มีความสุข