11. อะไรคือหลักการ ปรัชญา เป้าหมายสูงสุดของอินทรานส์

สถาบันอินทรานส์ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 มีความเชื่อมั่นในเรื่องการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (Lifelong Learning) มิใช่เพราะเราเกิดมามีชีวิตเลยต้องศึกษา แต่เป็นเพราะการศึกษาคือชีวิตโดยตัวของมันเอง เราจึงต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดชีวิตตราบเท่าที่ชีวิตดำเนินไป สถาบันอินทรานส์มีความมุ่งมั่นที่จะค้นคว้าและวิจัยเพื่อค้นหากระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อจัดการกับความท้าทายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างบูรณาการ ทั้งทางด้านเทคนิคและทักษะชีวิต ด้วยคำถามที่เป็นพื้นฐานที่สุดว่า ชีวิตคืออะไร มีธรรมชาติเป็นอย่างไร อะไรคือองค์ประกอบของชีวิต เราสามารถจัดการกับองค์ประกอบชีวิตเหล่านั้นได้หรือไม่ ด้วยหลักการหรือความรู้ใด เราจะพัฒนาองค์ความรู้นั้นได้อย่างไร หากเราสามารถทำได้ แล้วผลจะเป็นอย่างไร เพื่อนำชีวิตไปสู่สมดุลอย่างมีคุณค่าและความหมาย

ด้วยการค้นคว้าและวิจัยอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี เราพบว่า ปัญหาใดๆ ล้วนสามารถแก้ไขได้ หากเราเข้าใจธรรมชาติของฐานรากของชีวิต เราพบว่าระดับความรู้ใดๆ ที่สร้างปัญหานั้นขึ้นมา ไม่อาจแก้ไขหรือจัดการกับปัญหานั้นๆ ได้ แต่เราต้องการระดับศักยภาพที่สูงขึ้น และต้องมิใช่เป็นความรู้เชิงเดี่ยวที่มีอยู่อย่างโดดๆ แต่ต้องเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเป็นองค์รวม ด้วยการเชื่อมโยงอย่างสมดุลขององค์ความรู้จากสาขาวิชาต่างๆ ณ จุดนี้เองที่เราสามารถพัฒนาศักยภาพขึ้นภายในและขับออกมาได้ด้วยตนเอง เพื่อต่อยอดไปสู่ชีวิตที่เจริญงอกงาม มีคุณภาพ มีคุณค่าและความหมาย มีความสุข ความสำเร็จ ได้อย่างสมดุล มั่นคง ยั่งยืน ทั้งตนเองและเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

วิสัยทัศน์ – เราต้องการเป็นอะไร
อินทรานส์เป็นสถาบันการจัดการ เพื่อการบูรณาการศักยภาพมนุษย์อย่างเป็นองค์รวม มุ่งมั่นเพื่อนำไปสู่ การสร้างกรอบความคิดใหม่ที่แตกต่าง เพื่อการยกระดับศักยภาพของตนเอง บุตรหลาน ครอบครัว องค์กรธุรกิจ สถาบันการศึกษา และสังคมอย่างบูรณาการ บนพื้นฐานของหลักการที่ถูกต้อง

พันธกิจ – เราต้องทำอะไร
อินทรานส์จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ไว้วางใจของนักเรียน ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และองค์กรธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดการสร้างกรอบความคิดใหม่ด้วยตนเอง เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างบูรณาการ นำไปสู่ภาวะของศักยภาพใหม่ในระดับที่สูงขึ้น ด้วยความเชื่อมโยงอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่างสมดุล พอเพียง ทั้งทางด้านจิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ ส่งผลเป็นการยกระดับศักยภาพบุตรหลาน ครอบครัว องค์กร สถาบันการศึกษา และสังคม ด้วยความมั่นคง ยั่งยืน สมดุล มีความสุข อย่างมีคุณค่าและความหมาย

ค่านิยมหลัก – เรายืนหยัดอยู่บนหลักการใด
อินทรานส์มุ่งสร้างให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ด้วยการแลกเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อบนหลักการที่ถูกต้อง กับนักเรียน ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ และองค์กรธุรกิจ เพื่อการเข้าถึงศักยภาพที่แตกต่าง บนพื้นฐานของความศรัทธา ความจริงใจ ด้วยความเชื่อมโยงอย่างเกื้อกูล ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างบูรณาการ

โดยเรามีหลักปรัชญาการพัฒนาศักยภาพดังนี้

1. การพัฒนาศักยภาพอย่างบูรณาการ มั่นคง ยั่งยืน
ด้วยความเข้าใจธรรมชาติของชีวิตตามความเป็นจริงที่ว่า ชีวิตเป็นของไหลที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง การจัดการกับปัญหาชีวิตจึงมิใช่ทำให้มันหยุดนิ่ง หรือทำให้มันเที่ยง หยุดนิ่ง อย่างถึงที่สุด แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลานี้สามารถรักษาสมดุล พอดี พอเพียงได้อย่างต่อเนื่องตามากรเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไป นั่นคือ ความหมายของความยั่งยืน เมื่อยั่งยืนจึงมั่นคง สมดุล คำถามที่สำคัญที่สุดจึงอยู่ที่ว่า เราจะสามารถทำให้ชีวิตเรามั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร เรามีคำตอบ

2. การพัฒนาที่ฐานรากของความเป็นมนุษย์
สรรพสิ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริงต้องเปลี่ยนที่ฐานราก และถ้าเป็นไปเพื่อการยกระดับศักยภาพแล้ว ก็จะเป็นการยกระดับศักยภาพที่มั่นคง ยั่งยืน อย่างมีคุณค่าและความหมาย ฐานรากที่ว่านี้คือ กรอบความคิด เราอาจเรียกว่า กระบวนทัศน์ มุมมอง มโนภาพ หรือจินตนาการ ภาวะนี้เองที่เป็นตัวกำหนดค่านิยม ทัศนคติ ความเชื่อของบุคคล ซึ่งเป็นตัวที่ส่งผลต่อถึงการแสดงออกในรูปของการกระทำหรือระดับศักยภาพภายนอกที่เรารับรู้ได้ กรอบความคิดหนึ่งกำหนดการแสดงออกอย่างหนึ่ง กรอบความคิดที่แตกต่าง ศักยภาพก็แตกต่างกันไป ดังนั้น หากเราต้องการพัฒนาศักยภาพ เราต้องเริ่มที่ฐานรากนั่นคือ โดยการเปลี่ยนวิธีที่เรามองโลกเสียใหม่ อย่างที่เราเรียกว่า เปลี่ยนกรอบความคิด ที่สำคัญการเปลี่ยนที่ฐานรากนี้ เราสามารถควบคุมได้เอง การเปลี่ยนแปลงจึงต้องมุ่งเน้นที่รากฐานภายในของปัจเจกนี้ จึงจะเป็นการพัฒนาที่แท้จริง

3. ความสำเร็จอย่างมีคุณค่าและความหมาย
ไม่ว่าการพัฒนาใดๆ ก็เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ คำถามถัดมาคือว่า ความสำเร็จคืออะไร อะไรคือเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง อะไรคือความต้องการสูงสุด ลำพังความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางกายภาพเพียงพอหรือไม่ คำตอบคือไม่น่าจะพอ เพราะชีวิตมิได้มีเพียงความเป็นธรรมชาติทางกายภาพเท่านั้น แต่มีอีกส่วนนั่นคือ จิตใจ อันเป็นองค์ประกอบทางนามธรรมซึ่งดูเหมือนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่า องค์ประกอบชีวิตส่วนหลังนี้ต้องการอะไร เราอาจตอบว่า ก็ความสุข ความพอใจ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่ใช่ความต้องการอันเป็นที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว เราต้องการคำตอบว่า เราอยู่ไปเพื่ออะไร เพื่อใคร ทำไม นั่นคือ ทำอย่างไรชีวิตจึงจะมีคุณค่าและความหมาย สถาบันอินทรานส์ตระหนักถึงเป้าหมายของการพัฒนาในมุมมองนี้อย่างเป็นที่สุด การพัฒนาใดๆ เพื่อการยกระดับศักยภาพจึงต้องเป็นไปเพื่อการเข้าถึงคุณค่าและความหมายของความเป็นมนุษย์นี้

4. การบูรณาการอย่างเป็นระบบ
การพัฒนาเพื่อชีวิตที่มั่นคง ยั่งยืน มีคุณค่าและความหมาย ต้องเป็นการพัฒนาทุกมิติของชีวิตอย่างเป็นองค์รวม อย่างเป็นระบบ คำถามคือว่า ที่เรียกว่าระบบนั้นมีธรรมชาติเป็นอย่างไร มิติชีวิตคืออะไร ประกอบด้วยอะไร และที่ว่าต้องเชื่อมโยงนั้น เชื่อมโยงกันอย่างไร อะไรคือความเป็นองค์รวม อะไรคือความเป็นหนึ่งเดียว จึงจะสามารถนำชีวิตสู่ความยั่งยืนได้

เพราะชีวิตคือ ระบบที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงของ 2 องค์ประกอบหลักคือ ระบบทางกายภาพและระบบทางนามธรรม องค์ประกอบของระบบทางกายภาพคือ ระบบอวัยวะที่เชื่อมโยงกัน ผุดขึ้นเป็นร่างกายที่สามารถแสดงศักยภาพในการทำสิ่งต่างๆ ได้ เมื่อพิจารณาระบบทางนามธรรม องค์ประกอบคือ ความรู้สึกนึกคิด ที่หลอมรวมเชื่อมโยงกัน ผุดขึ้นเป็นอีกสภาวะหนึ่งที่สามารถแสดงศักยภาพได้เช่นกัน นั่นคือ สภาวะจิตใจทั้งหมดที่ครอบคลุมทั้งค่านิยม ทัศนคติ ความเชื่อ แรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น การพัฒนาศักยภาพมนุษย์จึงเป็นการยกระดับของความเป็นระบบทั้งสอง เพื่อผุดขึ้นเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ สามารถแสดงศักยภาพที่เหนือกว่าเดิม คำถามคือ เราจะพัฒนาศักยภาพขององค์ประกอบทั้งสองได้อย่างไร นี่คือ ความท้าทาย 

5. กระบวนการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
การพัฒนาใดๆ จะได้ผลอย่างแท้จริง ต้องเป็นไปเพื่อการพัฒนาศักยภาพ เพื่อการเรียนรู้ด้วยตัวผู้เรียนเอง นั่นคือ ต้องเอาผู้เรียนเป็นตัวตั้ง โดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ปัจจุบันกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับต้นในโรงเรียนจนถึงระดับสูงในมหาวิทยาลัยในรูปแบบระบบเดิมๆ ยังมิได้เป็นไปเพื่อการพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เพราะขาดความเข้าใจในเรื่องการกระตุ้น เพื่อให้เกิดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการก้องสะท้อนภายในตัวผู้เรียนเองอย่างเป็นปัจเจกและระหว่างกัน และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ยิ่งขึ้นโดยการหลอมรวม เชื่อมโยงผู้เรียนและผู้นำการสัมมนาทั้งหมดอย่างเป็นหนึ่งเดียว   

6. ค่านิยมบนหลักการที่ถูกต้อง
หลักการคือ กฎธรรมชาติ เป็นความจริงที่ไม่เปลี่ยน ไม่ขึ้นกับเวลาหรือสถานที่ เป็นสิ่งที่อยู่นอกตัวเราที่คอยควบคุมเราตลอดเวลา หากพิจารณากฎทางด้านกายภาพ เช่น ทิศทาง ฤดูกาล การเพาะปลูก แรงโน้มถ่วง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือพิจารณากฎของความเป็นมนุษย์ เช่น ความกตัญญู ความรัก ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ การแบ่งปัน การมองโลกในเชิงบวก คุณสมบัติเหล่านี้ยึดโยงโลกให้อยู่ได้ ตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง เพราะมันคือความจริง มันคือความถูกต้อง หรือคุณธรรม นั่นเอง

ส่วนค่านิยมคือ อะไรก็ตามที่เราแสดงออกมาจากภายใน เป็นตัวสะท้อนถึงทัศนคติ ความเชื่อ กรอบความคิด เราจะทราบว่าค่านิยมใช้ได้หรือไม่ เราต้องนำค่านิยมนั้นมาเทียบกับหลักการ หากค่านิยมนั้นถูกต้องและสอดคล้องกับหลักการ ค่านิยมนั้นก็คือ หลักการ ด้วย หากชีวิตตั้งอยู่บนค่านิยมที่ถูกต้อง ย่อมมั่นคง ยั่งยืน มีคุณค่าและความหมาย ด้วยตระหนักถึงความเข้าใจดังกล่าว ทางสถาบันฯ จึงตั้งใจพัฒนาหลักสูตร Hipot ให้สอดคล้องกับค่านิยมบนหลักการที่ถูกต้อง