ความคิดเห็น
 

การสร้างวิสัยทัศน์ส่วนบุคคล
ชีวิตคือละคร จะดีกว่าไหม ถ้าเราเขียนบทเล่นเอง

การสร้างความสอดคล้องของวิสัยทัศน์และค่านิยม
การสร้างความสอดคล้องของวิสัยทัศน์และค่านิยมของหน่วยงานเป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการทำความเข้าใจในวิสัยทัศน์ขององค์กร โดยมีค่านิยมเป็นตัวเชื่อมในการทำงาน เพื่อให้องค์กรมีการทำงานที่สอดประสานจนเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นวิถีชีวิตบนความถูกต้อง การจะทำให้องค์กรสู่วิสัยทัศน์ ต้องมีการจัดทำภาพรวม โดยจัดเวทีให้ทุกคนได้มีโอกาสมีส่วนร่วม ร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นการได้ร่วมคิด ซึ่งเป็นขั้นแรกของกระบวนการมีส่วนร่วม อันเป็นเป็นวิธีการที่ทำให้คนในองค์กรเข้าใจ และพร้อมสร้างองค์กรร่วมกัน ด้วยการวิเคราะห์ สร้างภาพลักษณ์ และวางตำแหน่งองค์กรก่อนว่า เรามีอะไรเป็นจุดแข็ง จุดอ่อน และหากจะมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ เราต้องรู้ว่าใครต้องทำอะไร มาตรฐาน ขนาด ฯลฯ คืออะไร  และกรมฯ ควรลดงานประจำพวกงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตลง ควรมุ่งไปที่งานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น จากการสร้างแผนใหญ่ แล้วขยายผลสู่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อครบทุกไตรมาส ให้ทำการถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความรู้ ความต่อเนื่องของกระบวนการเรียนรู้

จัดเวทีให้ทุกกลุ่มวิเคราะห์ว่า ความหมายของคำแต่ละคำในวิสัยทัศน์หมายถึงอะไร ต้องทำอะไร การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ เพื่อให้เห็นเป้าเดียวกัน เข้าใจ เข้าถึงแก่นแท้ของความหมาย แล้วจะเกิดการพัฒนา และเกิดการรู้สึกว่าวิสัยทัศน์นี้ตนก็มีส่วนร่วม และทำให้รู้สึกว่าตนมีความสำคัญต่อการบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กร  หรืออาจกล่าวได้ว่าตนเองเห็นคุณค่าตนเอง และเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน  ดังนั้น ก่อนการดำเนินการจัดทำแผน จะเสนอให้บุคลากรของหน่วยงานร่วมกันวิเคราะห์ความหมายวิสัยทัศน์ จากนั้น ให้นำคำแต่ละคำที่มีความหมายไปจัดทำแผน แผนทุกแผนที่ส่งหน่วยงาน ควรเป็นพลังที่ที่ส่งเสริมให้วิสัยทัศน์หน่วยงานย่อยบรรลุ จนกระทั่งหน่วยงานใหญ่บรรลุ

การกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กร เป็นเป้าหมายการดำเนินงานร่วมกันของทุกคนในองค์กร นอกจากการทำความเข้าใจในระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ยังต้องสะท้อนความคิดเห็น การรับรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนกรอบความคิดของแต่ละคน สรุปเป็นภาพกรอบความคิดรวม การที่องค์กรจะสามารถทำได้ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรหรือไม่ นั้น   การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนในองค์กรเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่ง ทำให้ทุกคนเปิดกว้างทางความคิด วิเคราะห์ด้วยเหตุผล เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน สัมพันธภาพที่เหนียวแน่น มีความเป็นหนึ่งเดียว ไว้วางใจ ได้ภาพสรุปที่ทุกคนยอมรับ มีความตระหนักว่าตนเองมีส่วนร่วมทำให้องค์กรเป็นไปได้ตามวิสัยทัศน์ที่กำหนด เป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน และหากไม่สามารถบรรลุวิสัยทัศน์นั้น ต้องพร้อมที่จะร่วมกันทบทวน ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

วิสัยทัศน์กับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ในการทำงานแต่ละโครงการนั้น จะต้องมีการสื่อสาร ทำความเข้าใจในเนื้องานชัดเจน กับทีมงาน  ถึงเป้าหมายและผลสุดท้ายที่ต้องการจะให้เกิดขึ้น รวมถึงกระบวนการต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกคนเกิดความเข้าใจตรงกัน มีการทบทวนการทำงานเป็นระยะ ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถปรับแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ กระบวนการกลุ่มที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้ สำคัญที่ผู้นำกลุ่ม (Facilitator) ที่จะต้องทำให้สมาชิกกลุ่มเกิดการแลกเปลี่ยนได้อย่างลื่นไหล ไม่ด่วนตัดสินใจสรุป มีทักษะในการฟัง การจับประเด็นที่ต้องคม ชัดเจน รวมทั้งการเชื่อมโยงความคิดของสมาชิกกลุ่มแต่ละคน ให้มีความต่อเนื่อง และการเปิดโอกาสให้ทุกคนเท่าเทียมกันในการแลกเปลี่ยน  ไม่เช่นนั้นแล้ว จะไม่ได้คุณค่าและความหมายที่ชัดเจนได้อย่างมีส่วนร่วมและเป็นหนึ่งเดียวได้ กรมฯจึงควรจัดให้มีการสื่อสารในการทำงานในทีมให้บ่อยมากขึ้นทุกระยะ (ทั้งก่อน ระหว่างและหลังทำงาน) หาบทเรียนที่เกิดขึ้นให้ได้  ผลักเปลี่ยนกันนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนงาน รวมถึงการพัฒนาการเป็นผู้นำกลุ่ม

ภาพมาก่อนการกระทำเสมอ
การสร้างภาพในใจเป็นกลไกการทำงานของจิตใจมนุษย์ซับซ้อน การสร้างภาพในใจจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับการกระทำใดๆ ได้ส่วนหนึ่ง แต่จะไม่สำเร็จเลยหากไม่มีการลงมือกระทำ ดังนั้น ก่อนจะลงมือกระทำการใดๆ  ให้มีภาพความสำเร็จในใจ แล้วมุ่งมั่นทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ เมื่อยังไม่ประสบความสำเร็จก็ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ  ด้วยความตั้งใจ การสร้างภาพในใจเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายเป็นการปลุกปลอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง  ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างขึ้นมาเองได้   

การสร้างกอบความคิด เป็นการสร้างภาพแห่งความคิด ความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจของเราเอง “ความคิดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” คิดครั้งที่หนึ่งคือ การสร้างความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ แรงบันดาลใจที่จะทำให้เราขับเคลื่อนไปสู่การกระทำครั้งที่ 2 การลงมือปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายทุกอย่าง หากเรามีความตั้งใจ คิดดี มีภาพที่จะอยากให้งานประสบผลสำเร็จและทำออกมาสุดความสามารถแล้วนั้น ผลของการกระทำในครั้งที่สองจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ เพราะเราชนะและสำเร็จ ตั้งแต่เราคิดภาพการทำงานที่ดี ตั้งใจตั้งแต่ครั้งที่ 1 แล้ว ดังนั้น การฝึกจิตใจให้สามารถควบคุมได้ โดยจะต้องอยู่ภายใต้ค่านิยม หลักการที่ถูกต้องไปในเชิงบวกและอยู่ภายใต้ความรู้สึกนึกคิดรูป/รส/กลิ่น/เสียง

การกำหนดเป้าหมาย คือ การสร้างภาพความสำเร็จในอนาคต  ถ้าการสร้างภาพของความสำเร็จ หรือผลลัพธ์ที่ชัดเจน จะทำให้การทำงานมีจุดเน้นที่ชัดเจน นอกจากนั้น การสร้างภาพที่ชัดเจนเป็นขั้นตอนจะช่วยให้สามารถวางแผนกระบวนงานได้อย่างละเอียดด้วย ด้วยเหตุนี้ เราสามารถสร้างภาพความสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่ต้องการสำเร็จไว้ล่วงหน้า (อย่างท้าทาย) วางแผนการทำงาน เป็นขั้นตอนอย่างละเอียด โดยคำนึงถึงผลกระทบ ความเสี่ยงต่างๆ ทั้งที่ควบคุมได้และไม่ได้ พร้อมคิดหาวิธีแก้ปัญหาไว้ ก่อนลงมือทำงาน

วิสัยทัศน์และศักยภาพไม่อาจแยกออกจากกันได้
วิสัยทัศน์เป็นความฝันอันสูงสุดในชีวิต ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้และบนหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นแนวทางในการวางกรอบการดำเนินชีวิตที่มีทิศทาง มีขั้นตอน และหากแต่ละขั้นตอนมีการกำหนดเป้าหมายชีวิตไว้อย่างชัดเจน ถูกต้อง เหมาะสม โอกาสการบรรลุวิสัยทัศน์ก็มีความเป็นไปได้สูง วิสัยทัศน์จึงมีความหมายต่อการดำเนินชีวิตมาก เพราะความเห็นเปลี่ยน การดำเนินชีวิตก็เปลี่ยน

กรอบความคิดเปลี่ยนแปลงได้ ศักยภาพจึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกรอบความคิด หรือวิสัยทัศน์ที่เปลี่ยนไป ศักยภาพจึงเป็นความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ที่สามารถแสดงออกภายนอกตามกรอบความคิด หรือจินตนาการถึงเป้าหมายแห่งความสำเร็จที่ตนปรุงแต่งขึ้น ตนจึงมีอำนาจเหนือมัน ไม่ว่าเรื่องส่วนตัว ครอบครัว องค์กร ดังนั้น การที่จะยกระดับศักยภาพที่แสดงออกภายนอกให้สูงขึ้น จึงต้องยกระดับกรอบความคิดให้สูงขึ้น หรือเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ที่ดีกว่าเดิม ที่ท้าทายกว่าเดิม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การพัฒนาศักยภาพก็คือ การกำหนดวิสัยทัศน์ของตนเอง ศักยภาพที่แท้จริงจึงอยู่ที่จิต นั่นเอง ศักยภาพ กรอบความคิด และวิสัยทัศน์ส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งสามมีความเชื่อมโยงอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้

บริษัท อินทรานส์ จำกัด
67/768 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
M: 081-439-5500, 081-932-9177 T/F: 02-238-5332 Email: chanchai@intrans.co.th